เจ๋งสุดๆ!! 5 ประโยชน์ดีต่อสุขภาพ ทำได้ง่ายๆจากการแพลงค์ (Plank)!

การออกกำลังกายโดยการแพลงค์นั้น เรียกว่าเป็นกิจกรรมโปรดของสาวๆหลายคนเลยใช่มั้ยคะ เพราะว่าทำได้ภายในร่มโดยที่ไม่ต้องออกไปไหนให้เสียเวลา แถมไม่ต้องใช้เวลาเยอะก็ทำได้.. มาดูกันดีกว่าค่ะว่า ประโยชน์จากการ Plank จะมีอะไรบ้าง แล้วมันดีกับร่างกายเราแค่ไหนกันนะ!?

 

1. สร้างหน้าท้องแบนราบ

photo
photo

การแพลงค์จะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อด้านในที่แท้จริงค่ะ กล้ามเนื้อหน้าท้องจะแข็งและแน่นขึ้น แต่จะไม่สามารถเห็นซิกแพ็คได้ เพราะจริงๆแล้วซิกแพ็คของคนเรานั้นเกิดขึ้นได้ ถ้าร่างกายมีเปอร์เซ็นของไขมันน้อยค่ะ อย่างผู้ชายต้อง6%และผู้หญิง9% จึงจะสามารถมองเห็นซิกแพ็คได้ ไม่ได้เกี่ยวกับสุขภาพที่แข็งแรงเลยย


2. บรรเทาอาการปวดหลัง

core-muscles-stability
photo

การแพลงค์เป็นประจำจะช่วยลดอาการปวดหลังได้ค่ะเพราะว่า การแพลงค์นั้นจะทำให้กล้ามเนื้อหลังมีแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อตรงช่วงเอว.. การแพลงค์นั้นอาศัยการเคลื่อนไหวแค่เพียงเล็กน้อย แต่กลับช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างมาก


3. เพิ่มความยืดหยุ่น

 

1-plank-muscles
photo

นอกจากจะได้ความแข็งแรงแล้ว การแพลงค์ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อในร่างกายเราด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหัวไหล่ ไหล่ กระดูกไหปลาร้า แถมเอ็นร้อยหวายฝ่าเท้า และหัวแม่เท้าก็ได้รับความยืดหยุ่นเช่นกันค่ะ หากคุณอยากจะเพิ่มความยืดหยุ่นอีกล่ะก็ ลองทำตอนทำแพลงค์แบบข้างเดียวดูค่ะ แต่ต้องค่อยๆทำนะคะ อย่าหักโหมมากเกินไป 😀


 

4. เพิ่มระดับอารมณ์

Rolling-Plank
photo

การออกกำลังกายนั้นเป็นการกระตุ้นอารมณ์ได้อย่างดีเลยค่ะ และการแพลงค์ก็เช่นกัน การแพลงค์เป็นการคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งและตึงจากการที่เรานั่งทำงานมาทั้งวัน เมื่อกล้ามเนื้อคลาย ความเครียดของเราก็จะลดลงด้วย ดีกับสุขภาพจิตจริงๆค่ะ


 

5. ช่วยเพิ่มความสมดุลในร่างกาย

photo
photo

ถ้าเราแพลงค์อย่างถูกต้อง กล้ามเนื้อที่หน้าท้องก็จะถูกสร้างอย่างสวยงาม สาวๆคนไหนอยากจะทดสอบความสมดุลในร่างกายก็ต้องลองกับแพลงค์ข้างเดียวพร้อมยกขาอีกข้างขึ้นดูค่ะ (Side Plank) และถ้าเราทำเป็นประจำ ส่วนต่างๆในร่างกายที่จะได้ประโยชน์ก็มีตั้งแต่ หลัง หน้าอก ไหล่ หน้าท้อง และ คอ ค่ะ แถมเราจะสามารถรักษาสมดุลในการนั่งและยืนได้ง่ายๆทุกครั้งเลย


ทั้งดีกับร่างกาย และดีใจกับจิตใจแบบนี้ เสียเวลาแพลงค์วันละ 5 นาที รับรองว่าคุ้มสุดๆเลยค่ะ 

แปลและเรียบเรียงโดย Mardy Bum

ขอบคุณข้อมูลจาก mercola